Website Banner
 
สธ.พบคนไทยกว่า 4 ล้านคน เสี่ยงป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง จัดโครงการลดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงคนไทย ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง

  •         วันนี้ (6 พฤษภาคม 2553) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมผู้ตรวจราชการ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงมาตรการดำเนินงานใน “โครงการสนองน้ำพระราชหฤทัยในหลวง ทรงห่วงใยสุขภาพประชาชน” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 ให้เป็นแนวทางปฏิบัติเดียวกันทั่วประเทศ

              นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวว่า เนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 84 พรรษาในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554 กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดทำโครงการสนองน้ำพระราชหฤทัยในหลวงฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เป็นโครงการต่อเนื่อง 3 ปี ระหว่าง พ.ศ.2552-2554 โดยเน้นหนักแก้ปัญหาโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคสำคัญที่คนไทยอายุ 35 ปีขึ้นไป เสี่ยงป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และเป็นสาเหตุเกิดโรคอื่นตามมา เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวาย และตาบอด เป็นต้น 

              นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อว่า หลังจากเริ่มโครงการฯในปี 2552 เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขทั่วประเทศ พบคนไทยกว่า 4 ล้านคน เสี่ยงป่วยเป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยตรวจค้นหาโรคเบาหวานเกือบ 21 ล้านคน พบปกติร้อยละ 85 อีกร้อยละ 7 เป็นโรคเบาหวานแล้วรวม 1.4 ล้านกว่าคน ประกอบด้วยผู้ที่เริ่มป่วย 353,189 คน คิดเป็นร้อยละ 2 และป่วยมานานแล้ว 1,070,737 คน ในจำนวนนี้มีโรคแทรกซ้อน 107,225 คน อันดับ 1 ได้แก่ ตาต้อกระจก รองลงมาคือ เท้าเน่า และไตวาย และยังพบผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าเกณฑ์ปกติ 1.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 8 จัดว่าเป็นกลุ่มมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นเบาหวาน หากไม่มีการแก้ไขพฤติกรรม

     

              ส่วนการตรวจค้นหาผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้ตรวจวัดความดันโลหิต 21 ล้านกว่าคน พบร้อยละ 78 ปกติ อีกร้อยละ 10 หรือ 2.1 ล้านกว่าคนมีอาการป่วยเป็นโรคแล้ว โดยเป็นผู้ที่เพิ่งป่วย 651,867 คน และป่วยมานานแล้ว 1.5 ล้านกว่าคน ในจำนวนนี้มีโรคแทรกซ้อน 93,144 คน ที่พบมากอันดับ 1 คือโรคหัวใจ รองลงมาคือโรคหลอดเลือดในสมอง ไตวาย และตาต้อกระจก ต้อหิน และยังพบผู้ที่มีความดันโลหิตสูงผิดปกติ 2.4 ล้านคน หรือประมาณร้อยละ 11 หากดูแลตนเองไม่ดี ก็จะมีโอกาสป่วยสูง

     

              นายแพทย์ไพจิตร์กล่าวต่อไปว่า ผลจากการตรวจค้นหาโรคครั้งนี้ พบผู้ที่ป่วยเป็นทั้งเบาหวานและความดันโลหิตสูง 681,220 คน ในจำนวนนี้ 1 ใน 6 คนดูแลตนเองไม่ดี หรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์ ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนเพิ่ม อันดับ 1 คือไตวายร้อยละ 42 รองลงมาโรคหัวใจร้อยละ 31 ตาร้อยละ 28 สมองร้อยละ 13 ซึ่งการดำเนินงานในปี 2553 นี้ กระทรวงสาธารณสุขจะระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ ป้องกันโรค 2 โรคนี้อย่างเต็มที่ ใช้งบประมาณจากสปสช. 64 ล้านบาท โดยจะทำการตรวจคัดกรองโรคอย่างต่อเนื่องฟรี ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของผู้ที่อายุ 35 ปีขึ้นไป และจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง ตั้งเป้าลดอัตราเพิ่มการเข้ารักษาด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงไม่เกิน ร้อยละ 3 โดยจะให้มีหมู่บ้านต้นแบบการเฝ้าระวังโรคดังกล่าวจังหวัดละ 2 แห่งด้วย    

     

    *************   6 พฤษภาคม 2553

     
  • แหล่งข่าวโดย.... สำนักสารนิเทศ
    ผู้จัดทำ.... ฝ่าย ข่าวและสื่อมวลชนสัมพันธ์ กลุ่มสารนิเทศ
    [6/พ.ค/2553]
    Current Pageid = 34